จันทน์ผา ไม้ประดับแสนงาม และหลากหลายประโยชน์

จันผา หรือ จันทร์ผา เป็นไม้ประดับที่ขึ้นอยู่ตามป่าเขา โดยเฉพาะโขดหินผาของประเทศไทย เอกลักษณ์ของต้นจันผาคือมีลำต้นหนากลม ยืดสูงแตกกิ่งก้านออกมา มียอดเป็นพุ่ม เนื่องจากเป็นพืชที่เติบโตในพื้นที่แล้งได้ดี จึงมีขนาดใบเรียวเล็กยาวคล้ายใบหอก ดอกจันผามีลักษณะเป็นช่อเหมือนมะม่วงและมีกลิ่นหอม แม้ว่าจันผาจะเป็นไม้บนเขา แต่เรามักจะเห็นคนปลูกไว้หน้าบ้านเรือน ตามความเชื่อโบราณจันผาถือว่าเป็นไม้มงคล นิยมปลูกไว้หน้าบ้านเพราะมีใบเรียวเหมือนดาบไว้ฟาดฟันศัตรู และหากปลูกแล้วออกดอกออกผลเชื่อว่าจะให้ลาภก้อนโตแก่เจ้าของบ้านด้วย

จันผา เป็นไม้ประดับกลางแจ้ง ปัจจุบันไม้พวกนี้ รวมถึงไม้อวบน้ำอื่นๆ กำลังได้รับความนิยมสูง เนื่องจากทนต่อสภาพอากาศร้อนของบ้านเราได้ดี จึงเหมาะแก่การนำไปตกแต่งบ้านและสวนกันมาก ลุกลามไปถึงวงการร้านกาแฟยันโรงแรม ตลอดจนโฮสเทลต่างๆ ที่ต้องการพื้นที่สีเขียวภายในอาคารหรือนอกอาคารมากขึ้น จึงมองไปที่ต้นไม้มีเอกลักษณ์แต่ไม่สร้างภาระในการดูแลมากมาย จันผาก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกนั้น เราเคยเห็นบางโรงแรมปลูกจันผาไว้บนหาดทรายหน้าที่พักยังตกใจว่าต้นของมันสามารถปลูกบนหาดได้ด้วยเหรอ จนมารู้ทีหลังว่ามันสามารถปลูกตามชายหาดริมทะเลได้ เพราะเป็นไม้ทนลมแรง ทนเค็ม แต่ไม่ทนน้ำท่วมขัง หากนำไปปลูกก็ควรเลือกตำแหน่งแถวเนินทรายที่ไม่โดนน้ำทะเลซัดขึ้นมาถึง ต้นจันผาก็สามารถอยู่รอดเคียงคู่ที่พักอาศัยของคุณไปอีกนาน 

การเพาะพันธุ์ “จันผา”

แม้จันผาจะเป็นไม้ขนาดใหญ่ที่ซื้อขายกันตามท้องตลาดต้นไม้เป็นเรื่องปกติ แต่หารู้ไม่ว่าจันผาเป็นต้นไม้ที่มีกฎหมายคุ้มครอง ซึ่งจัดอยู่ในประเภทกลุ่มไม้หวงห้ามนำออกจากป่า แต่สามารถขยายพันธุ์ไว้ปลูกประดับตกแต่งบ้านเรือนได้ ส่วนการขยายพันธุ์จันผานิยมใช้วิธีการปักชำ โดยตัดหน่อหรือกิ่งของจันผาจากต้นแม่แล้วนำมาปักชำในกระถางหรือแปลงปลูกโดยตรง จันผาเป็นพืชที่เติบโตง่ายแต่ใช้เวลาในการเจริญเติบโตค่อนข้างมาก รวมถึงความยากในการหาต้นแม่พันธุ์ ถึงแม้จะบอกว่าเป็นต้นไม้ที่หลายคนนิยมปลูกไว้หน้าบ้าน แต่ก็นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับพันธุ์ไม้อื่นๆ อย่างกวักมรกตหรือลิ้นมังกร เพราะต้นจันผาส่วนมากเติบโตกลางป่าเขาหรือในอุทยานแห่งชาติต่างๆ สังเกตดูได้ว่าที่ไหนมีโขดหินเยอะๆ จะพบต้นจันผาแทรกตัวอยู่ด้วยเสมอ

แต่ก็มีอีกทางเลือกคือการปลูกแบบเพาะเมล็ด เพราะเมล็ดของจันผามักจะหล่นอยู่ตามโคนต้น เมล็ดจันผามีลักษณะกลม สุกจะกลายเป็นสีแดง แต่เมล็ดสีน้ำตาลก็สามารถเก็บมาบ่มไว้จนกลายเป็นสีแดงแล้วค่อยนำไปเพาะเมล็ดต่อในภายหลังได้เช่นกัน จันผามักจะออกดอกในช่วงหน้าฝน ข้อดีของวิธีการเพาะเมล็ดทำให้ฟอร์มของต้นจันผาสวยงาม และแข็งแรงกว่าต้นปักชำอีกด้วย

การปลูกจันผา

ควรปลูกในดินผสมด้วยหิน ดินเหนียวหรือลูกรังจะช่วยให้รากของจันผาแข็งแรง มีที่ให้ยึดเกาะและทนแล้งได้ดี จึงเห็นได้ว่าทำไมจันผาที่ขึ้นตามธรรมชาติมีขนาดใหญ่ทั้งลำต้นและยอด ดูแข็งแรงกว่าจันผาที่ปลูกไว้ในบ้านเสียอีก หากปลูกจันผาในดินล้วนๆ จะทำให้รากไม่แข็งแรง เพราะไม่มีที่ยึดเกาะ (นึกภาพต้นไม้ที่มีรากเกาะตามโขดหินดูสิครับ) ส่งผลไปถึงยอดอาจมีขนาดเล็กกว่าปกติได้

ดังนั้นหากคิดจะปลูกไว้หน้าบ้านควรผสมวัสดุปลูกให้เหมาะสม หรือเสริมด้วยโขดหินกำลังพอดีเพื่อให้ลำต้นเติบโตมาแบบมีที่ยึดเกาะใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด