• รีวิวต้นไม้ประดับแต่ละชนิด ต้นไม้ฟอกอากาศ ตกแต่งห้อง

ดอกจิ๊ปโซฟิล่า (gypsophila seeds)

ลักษณะทั่วไปของจิ๊ปโซฟิล่า

จิ๊ปโซฟิล่าเป็นดอกไม้อายุหลายปี พุ่มสูง 0.8-1.2 เมตร มีเหง้าใต้ดิน ทรงพุ่มโปร่ง ลำต้นและกิ่งก้านเล็ก มีนวลเกาะทั่วผิว ชอบแสงแดดเต็มวัน ควรปลูกในโรงเรือน ดินปลูกระบายน้ำได้ดี เป็นด่างเล็กน้อย
ใบ :: ใบรูปใบหอกถึงรูปแถบ ปลายแหลม ใบสีเขียวอมเทา
ดอก :: ออกเป็นช่อโปร่ง มีดอกย่อยจำนวนมาก ทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซ้อน รูปฟูกลม ขนาด0.5-0.8 เซนติเมตร กลีบดอกขาวและชมพู ดอกออกพร้อมกันทั้งช่อ

ฤดู พื้นที่ ดินที่เหมาะสม

การจะปลูกต้นจิ๊ปโซฟิล่าให้ได้ดีและมีคุณภาพ จะต้องในสภาพพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างหนาวเย็น เพื่อจะทำให้ต้นจิ๊ปโซฟิล่าที่มีผลผลิตที่มีคุณภาพกับท้องตลาด การจะนำไปปลูกเลี้ยงในสภาพพื้นที่อื่นๆ จะไม่ทำให้ได้คุณภาพดีหรือมีการออกดอกที่ดีเช่นในสภาพพื้นที่ที่เคยอยู่มา เหมือนไม้ดอกเมืองหนาวทั่วๆไป ที่ปลูกเลี้ยงตามดอยในสถานีทดลองเกษตรที่สูงต่างๆ แต่ถ้าเรานำมาปลูกเลี้ยงในสภาพพื้นที่ราบที่อากาศร้อนชื้นหรือร้อนแล้ง การเจริญเติบโตของจะไม่ดี และไม่เกิดการออกดอก

ดอกจิ๊ปโซฟิล่า (gypsophila seeds)

วิธีการปลูก การเตรียมดิน

ดอกยิปโซฟิลลา เป็นดอกไม้จำพวกไม้เล็กๆ ฝอยๆ เมื่อซื้อมาให้กระจายออกมาจากกัน โดยการคว่ำช่อลง ค่อยๆ จับช่อเขย่าให้แยกจากกัน ปลิดใบออกให้หมด จับมารวมช่อกันใหม่อีกครั้ง ห่อด้วยกระดาษหรือพลาสติก ตัดก้านและแช่ในน้ำอุ่น เพื่อช่วยให้ดอกยิปโซฟิลลาบานได้อย่างสมบูรณ์ ข้อสำคัญที่ควรรู้คือห้ามนำดอกจิ๊ปโซฟิล่าไปแช่รวมกับดอกไม้ตระกูลคริสซานมัม เพราะคริสซานมัมจะมีสารไซยาไนที่มีผลทำให้ดอกจิ๊ปโซฟิล่าแห้งเร็วกว่าปรกติ นอกจากนั้นจะต้องไม่ฉีดน้ำที่บริเวณดอก เพราะดอกจิ๊ปโซฟิล่าจะดูดน้ำไว้ ทำให้ดอกช้ำน้ำและดำเร็วกว่าปรกติ
การขยายพันธุ์ :: ปักชำกิ่ง เพาะเมล็ด
ความสูง ปลูกในกระถาง 4-5 นิ้ว

วิธีการดูแลรักษา

  1. รดน้ำวันละครั้งช่วงเช้า
  2. ปลูกในที่ที่มีแดดรำไร แดดไม่แรงจนเกินไป
  3. กระถางมีรูให้น้ำไหลออกได้ รากของต้นยิปโซจะได้ไม่เน่า
  4. ตัดเร็มส่วนที่เหี่ยวเฉาหรือเน่าทิ้ง เพื่อรอการงอกของดอกใหม่
  5. ใส่ปุ๋ยออสโมโค้ทบำรุงทุก 15 หรือ 30 วัน
ดอกจิ๊ปโซฟิล่า (gypsophila seeds)